สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี
นางสาวสนิฎา ปานคงคา ผู้อำนวยการสำนักข่าว ส่วนปฏิบัติการและบริหารข้อมูลข่าวสาร กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการศูนย์ข้อมูลข่าวสารเพื่อการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ห่วงสถานการณ์ภัยแล้งที่จะส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งภาคเกษตรกรรม ความเป็นอยู่ การลงทุน รวมทั้งการท่องเที่ยว เล็งภาคใต้จะกระทบหนัก สั่งการทุกหน่วยงานวางแผนบริหารการทำงานอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม เพื่อรับมือ บรรเทาสถานการณ์ และช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงทีและรายงานนายกรัฐมนตรีทุกระยะ เพื่อพิจารณาปรับแผนการดำเนินการที่เหมาะสม
นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือหน่วยงานด้านความมั่นคงในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพายุฤดูร้อน ภัยแล้ง โดยจะต้องจัดหากำลังพลเร่งขุดลอกคูคลอง เตรียมความพร้อมสำหรับทำเกษตรกรรม พร้อมเร่งจัดสรรพื้นที่ของหน่วยทหารที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาให้กับประชาชนเข้ามาประกอบอาชีพได้
นายกฯ โพสต์ ห่วงภัยแล้ง เป็นวาระเร่งด่วน
นายกฯ โพสต์ Facebook และ X ห่วงสถานการณ์ภัยแล้งว่า จากการลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนในช่วงนี้ พบว่า หลายพื้นที่เจอภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้แหล่งน้ำดิบเพื่อทำน้ำประปาแห้งขอด จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยทหาร ช่วยลำเลียงน้ำจากแหล่งอื่นมาช่วยแก้ปัญหาและหากพื้นที่ไหนพอที่จะเจาะน้ำบาดาลได้ขอให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งดำเนินการ และขอให้หน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะหน่วยทหารพัฒนา เร่งขุดลอกคูคลองเพื่อให้เตรียมพร้อมรองรับน้ำสำหรับทำการเกษตร รวมถึงให้หน่วยทหารร่วมช่วยเหลือเร่งด่วนกรณีเกิดพายุฤดูร้อนด้วย
ย้อนดู 9 มาตรการรับมือฤดูแล้ง ปี 67
ก่อนหน้านี้ (6 ก.พ. 67) ครม. เห็นชอบมาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2566/2567 และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ปี 2567 ประกอบด้วย
ด้านน้ำต้นทุน (Supply)
• มาตรการที่ 1 เฝ้าระวังและเตรียมจัดหาแหล่งน้ำสำรองพร้อมวางแผนเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือในพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงขาดแคลนน้ำ (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง)
• มาตรการที่ 2 ปฏิบัติการเติมน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง)
ด้านความต้องการใช้น้ำ (Demand)
• มาตรการที่ 3 กำหนดแผนจัดสรรน้ำและพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ควบคุมการเพาะปลูกข้าวนาปรัง สร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรเตรียมน้ำสำรองสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำนอง (ก่อนและตลอด ฤดูแล้ง)
• มาตรการที่ 4 บริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามลำดับความสำคัญการใช้น้ำที่คณะกรรมการลุ่มน้ำกำหนด (ตลอดฤดูแล้ง)
• มาตรการที่ 5 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ประหยัดน้ำ และลดการสูญเสียน้ำในทุกภาคส่วน (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง)
• มาตรการที่ 6 เฝ้าระวังและแก้ไขคุณภาพน้ำ (ตลอดฤดูแล้ง)
ด้านการบริหารจัดการ (Management)
• มาตรการที่ 7 เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการน้ำของชุมชน (ตลอดฤดูแล้ง)
• มาตรการที่ 8 สร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง)
• มาตรการที่ 9 ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน (ตลอดและหลังจากสิ้นสุดฤดูแล้ง)
กรมชลฯ เผยโค้งสุดท้ายภัยแล้ง น้ำต้องเพียงพอทุกกิจกรรม
นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (25 เม.ย. 67) ว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 42,673 ล้าน ลบ.ม. (56% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก ได้แก่
1. เขื่อนภูมิพล
2. เขื่อนสิริกิติ์
3. เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน
4. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 11,553 ล้าน ลบ.ม. (46% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ตั้งแต่ 1 พ.ย. 66 จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งปี 2566/67 ทั้งประเทศไปแล้วกว่า 23,159 ล้าน ลบ.ม. (93%) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 8,337 ล้าน ลบ.ม. (96%) ในส่วนของสถานการณ์การเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งประเทศมีการทำนาปรัง 9.07 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการเพาะปลูกข้าวนาปรัง 5.68 ล้านไร่
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทั่วประเทศติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุด และเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของประชาชน
กรมอุตุฯ คาดประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนปลายเดือนพฤษภาคมนี้
กรมอุตุนิยมวิทยา (26 เม.ย. 67) ออกประกาศการคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ. 2567 ว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะช้ากว่าปกติ 1 – 2 สัปดาห์ และจะสิ้นสุดฤดูฝนประมาณปลายเดือนตุลาคม 2567 โดย
• ช่วงกลางเดือนมิถุนายน – กลางเดือนกรกฎคม ปริมาณและการกระจายของฝนมีน้อย และส่งผลให้เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง ซึ่งจะทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำให้ด้านการเกษตรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน ประชาชนจึงควรใช้น้ำเพื่อประโยชน์สูงสุด
• ช่วงเดือนสิงหาคม - ตุลาคม เป็นช่วงที่มีฝนตกชุกหนาแน่นที่สุด และมีโอกาสสูงที่จะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านบริเวณประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ก่อให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งน้ำล้นตลิ่งได้ในหลายพื้นที่
เรียบเรียง/ข่าว : ธวัลรัตน์ แดงเจริญ นักประชาสัมพันธ์
แหล่งข้อมูล : ศูนย์ข่าว IOC กรมประชาสัมพันธ์