“กระทรวงการท่องเที่ยว” เดินหน้าสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง เพื่อผลประโยชน์เศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม

          กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เดินหน้าโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ภายใต้แนวทาง “การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” ที่เน้นการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ย้ำได้ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม EIA อย่างเข้มข้น ยึดขั้นตอนทางกฎหมายครอบคลุมทั้งสิ่งแวดล้อม กายภาพ สังคม สุขภาพ และชุมชน จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างโปร่งใสและมีส่วนร่วม เพื่อสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น นอกจากนี้ กระเช้าไฟฟ้ายังเป็นเส้นทางช่วยชีวิตในยามฉุกเฉิน ทั้งนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ และสัตว์ป่า โดยมีระยะดำเนินการ 2 ปี 6 เดือน ใน 8 ขั้นตอน ได้แก่ ระยะ 1 (พ.ค. 68 - มี.ค. 69) ศึกษา EIA อย่างละเอียด รับฟังความคิดเห็นประชาชน, ระยะ 2 (เม.ย. - ส.ค. 69) ยื่นเสนอ EIA และขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, ระยะ 3 (ก.ย. 69 - พ.ย. 70) เริ่มก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้า (คาด 12 เดือน) ย้ำว่า โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงจะเป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทางธรรมชาติ ให้โอกาสกับผู้คน และการกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน


นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการแถลงข่าวเดินหน้าโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ว่า โครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงนี้ เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ภายใต้แนวทาง “การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” ที่เน้นการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ เพราะการเข้าถึงธรรมชาติ คือ สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานนอกจากนั้น การออกแบบกระเช้าไฟฟ้าไม่ได้คำนึงเพียงแค่การ “อำนวยความสะดวก” หากแต่เป็น “เครื่องมือของการอนุรักษ์” ที่จะลดการเดินเท้าในเขตเปราะบาง ลดการพักแรมบนภู ลดขยะ ลดภาระของเจ้าหน้าที่ และลดความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ เป็นการเข้าถึงโดยไม่สัมผัสโดยตรง อนุรักษ์ภูกระดึงด้วยเทคโนโลยีที่เคารพธรรมชาติ
 
กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ยึดโยงการมีส่วนร่วมของพื้นที่ เศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม
          นายสรวงศ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกของโครงการฯ คือ สิ่งแวดล้อมต้องมาก่อน โดยการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงนั้น มีพื้นที่โครงการส่วนหนึ่งตั้งอยู่ในเขตลุ่มน้ำชั้น 1A ถือเป็นพื้นที่ซึ่งมีความสำคัญ
ต่อระบบนิเวศ โครงการนี้จึงต้องผ่านการจัดทำ EIA อย่างเข้มข้น และดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายหรือกฎระเบียบทุกประการ ครอบคลุมทั้งสิ่งแวดล้อม กายภาพ สังคม สุขภาพ และชุมชน พร้อมทั้งจัดเวที
รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อให้โครงการนี้เกิดขึ้นอย่างโปร่งใสและมีส่วนร่วม ออกแบบโดยไม่รบกวนธรรมชาติ โดยยึดแนวคิด Minimum Intervention กล่าวคือ สถานีและเส้นทางกระเช้าถูกเลือกให้กระทบ
ต่อธรรมชาติน้อยที่สุด และเมื่อกระเช้าพร้อมใช้งานแนวโน้มการพักแรมบนยอดภูจะลดลง ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศในระยะยาว รวมถึง ปริมาณขยะตกค้างที่มีแนวโน้มลดลงด้วย 
     กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง จะช่วยกระจายรายได้จากยอดภูลงสู่ชุมชนตีนภู เพราะนักท่องเที่ยวจะสามารถขึ้นไปชื่นชมธรรมชาติบนยอดภู และลงมาตีนภูได้ในวันเดียวกัน จึงกลายเป็นโอกาสของชุมชนโดยรอบตีนภู
ในการประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ร้านอาหาร หรือกิจกรรมท่องเที่ยวท้องถิ่น อพท. ยังมีแผนดูแลกลุ่มลูกหาบโดยจัดสรรพื้นที่พาณิชย์ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม นอกจากนั้น ยังสามารถใช้กระเช้าไฟฟ้า เป็นเส้นทางช่วยชีวิตในยามฉุกเฉิน ทั้งนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ และแม้แต่สัตว์ป่า ไม่ว่าจะเป็น การพาผู้บาดเจ็บลงจากภู ลำเลียงอุปกรณ์ดับไฟป่า หรือช่วยสัตว์ที่บาดเจ็บ
จากกับดัก โครงสร้างพื้นฐานนี้สามารถลดความสูญเสียได้อย่างมีนัยสำคัญ
 
Timeline 8 ขั้นตอน ก่อสร้างกระเช้าภูกระดึง
          สำหรับโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง กระทรวงฯ ได้มอบหมายให้องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ให้เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน โดยประสานงานกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่อย่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน รวมถึงการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการนี้ ไม่เพียงถูกต้องตามกฎหมาย แต่ต้องมีความเข้าใจและความร่วมมือจากคนในพื้นที่อย่างแท้จริง
     ในส่วนของแผนการออกแบบและก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ประธานกรรมการ อพท. และนายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. เปิดเผยว่า มีขั้นตอนหลักด้วยกัน 
8 ขั้นตอน ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี 6 เดือนโดยประมาณ โดยได้วางกรอบการดำเนินงานไว้อย่างรอบคอบทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้กฎหมายและกลไกการกลั่นกรองที่ชัดเจน
•    ระยะที่ 1 (ขั้นตอนที่ 1-3) ระยะเวลาการดำเนินงานโดยประมาณ 10 เดือน (พฤษภาคม 2568 – มีนาคม 2569) จะเป็นส่วนของการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างละเอียด โดยศึกษาครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม กายภาพ สังคม สุขภาพ และวิถีชุมชน มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเปิดกว้าง รวมถึง ภาคประชาสังคมอย่างเต็มที่
•    ระยะที่ 2 (ขั้นตอนที่ 4-6) ระยะเวลาการดำเนินงานโดยประมาณ 5 เดือน (เมษายน - สิงหาคม 2569) เข้าสู่กระบวนการยื่นเสนอรายงาน EIA ซึ่งจะต้องทำการเสนอกับสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ซึ่งคณะกรรมการผู้ชำนาญการ และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ล้วนประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเป็นอิสระและมีความเป็นกลางอย่างสูงในการพิจารณา ก่อนนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี รวมถึงขออนุญาตการก่อสร้างต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
•    ระยะที่ 3 (ขั้นตอนที่ 7-8) ระยะเวลาการดำเนินงานโดยประมาณ 15 เดือน (กันยายน 2569 – พฤศจิกายน 2570) เข้าสู่ขั้นตอนของการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลา
ในการก่อสร้างโดยประมาณ 12 เดือน
     นายสรวงศ์ ระบุว่า “กระทรวงฯ โดย อพท. ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยโครงการนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติงบประมาณ จำนวน 28 ล้านบาท ( 4 ธ.ค. 66) ซึ่งใช้จ่ายจริง 25.4 ล้านบาท ในการออกแบบกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ส่วนงบลงทุนก่อสร้างจะอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท เป็นกระเช้าไฟฟ้า 32 ตู้ รองรับผู้โดยสารได้ 8 คนต่อตู้ โดยจะใช้งบกลางในการลงทุน ตามไทม์ไลน์จะเป็นขั้นตอนต่าง ๆ และจะเร่งดำเนินการเพื่อเปิดให้ใช้บริการได้ฤดูหนาวปี 2570 เพื่อให้พี่น้องประชาชนทั่วไปได้ใช้บริการกระเช้าขึ้นภูกระดึง ทั้งนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล Tourism for All เมื่อดูจากตัวเลขแล้วเป็นเป้าหมายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น คนไทย คนต่างชาติ ผู้สูงอายุ คนพิการ ทุกคนจะต้องเท่าเทียม โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตขึ้นและเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย ในนามของรัฐบาลยินดีที่จะทำให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียม”
          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เน้นย้ำว่า โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ไม่ใช่เพียงเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นตัวอย่างของการพัฒนาที่ต้องกลมกลืนกับธรรมชาติ ให้โอกาสกับผู้คน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นไปพร้อมกัน

เรียบเรียง/ข่าว : ธวัลรัตน์ แดงเจริญ นักประชาสัมพันธ์
แหล่งข้อมูล : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
ginfo
สนง.ป้องกันและปราบปราม
กยศ
e-government
มหาดไทย
พาณิชย์
เกษตร
ทรัพยากรธรรมชาติ
แรงงาน
อุตสาหกรรม
ยุติธรรม
ดิจิทัล