“ยศชนัน” เปิดตัว “ThaiWater โฉมใหม่” ยกระดับแพลตฟอร์มข้อมูลน้ำแห่งชาติ “ThaiWater Challenge” สร้างเครือข่ายเยาวชน รู้น้ำ รู้อากาศ ทั่วไทย

            ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แถลงข่าว “ThaiWater โฉมใหม่ : ยกระดับแพลตฟอร์มข้อมูลน้ำแห่งชาติ” เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำของประเทศบนพื้นฐานของข้อมูลเดียวกัน เพื่อให้ประชาชน เกษตรกร ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกัน สามารถติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ ประเมินความเสี่ยง และตัดสินใจได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน นอกจากนี้ยังสามารถติดตามข้อมูลเรดาร์ฝน ปริมาณฝน ระดับน้ำ สถานการณ์เขื่อน พื้นที่เฝ้าระวัง และค่าฝุ่น PM2.5 โดยมีฟีเจอร์การแจ้งเตือนตามตำแหน่งที่ตั้ง และ “พื้นที่ของฉัน” ช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับข้อมูลและการแจ้งเตือนที่สอดคล้องกับพื้นที่ เพิ่มโอกาสในการเตรียมพร้อมและลดผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ ประชาชนสามารถใช้งาน “ThaiWater” ได้ผ่านเว็บไซต์ www.thaiwater.net และแอปพลิเคชันบนระบบ iOS และ Android ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป อีกทั้งยังเน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย น่าน พะเยา และแพร่ ให้ใช้ ThaiWater และเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัด เป็นเครื่องมือหลักในการติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวัง วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง สื่อสารข้อมูล และเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชน เพื่อลดความสูญเสียจากภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังเปิดตัวโครงการ “ThaiWater Challenge” สร้างเครือข่ายเยาวชน รู้น้ำ รู้อากาศ ทั่วไทย” เพื่อสร้างเครือข่ายนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยจะเปิดรับนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั้ง 4 ภูมิภาค ภูมิภาคละประมาณ 50–100 คน เข้าร่วมกิจกรรมอบรมออนไลน์ในเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายเยาวชนและนำความรู้ไปถ่ายทอดสู่ชุมชนและสังคม 

รายละเอียด
        (16 ก.ค. 69) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว “ThaiWater โฉมใหม่ : ยกระดับแพลตฟอร์มข้อมูลน้ำแห่งชาติ” และการเปิดตัวโครงการ “ThaiWater Challenge สร้างเครือข่ายเยาวชน รู้น้ำ รู้อากาศ ทั่วไทย” พร้อมมอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน และเครือข่าย อว. ส่วนหน้าทั่วประเทศ นำข้อมูลจากแพลตฟอร์ม ThaiWater และเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัดไปใช้ในการติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวัง สื่อสารข้อมูล และเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำของประเทศบนพื้นฐานของข้อมูลเดียวกัน ภายในงานมี นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย ผู้แทนมหาวิทยาลัย เครือข่าย อว. ส่วนหน้าทั่วประเทศ เข้าร่วม
        ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ภัยแล้ง และสภาพอากาศสุดขั้ว การลดความสูญเสียจากภัยพิบัติจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่ครบถ้วน การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์และการสร้างคนให้มีความพร้อมเท่าทันสถานการณ์ ควบคู่กัน การเปิดตัว ThaiWater โฉมใหม่ ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเวอร์ชันใหม่ แต่เป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ เพื่อให้ประชาชน เกษตรกร ภาคธุรกิจ และหน่วยงาน ภาครัฐ สามารถเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกัน และนำไปใช้ในการติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ ประเมินความเสี่ยง และตัดสินใจได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยได้มอบนโยบายแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย น่าน พะเยา และแพร่ ให้บูรณาการการทำงานร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) และเครือข่ายกระทรวง อว. ส่วนหน้า โดยใช้ ThaiWater และเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัด เป็นเครื่องมือหลักในการติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวัง วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง สื่อสารข้อมูล และเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการตัดสินใจ และลดความสูญเสียจากภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำและเตรียมแผนรับมือพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย โดยได้ร่วมประชุมขับเคลื่อนศูนย์บริหารจัดการสารสนเทศน้ำ จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดสุโขทัย สั่งการให้จังหวัดดังกล่าวประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเตรียมสรุปการปฏิบัติงานร่วมระหว่างหน่วยงาน เพื่อรับมืออุทกภัยในระดับความรุนแรงต่าง ๆ โดยอ้างอิงตามเกณฑ์ปริมาณน้ำที่สถานีเฝ้าระวังปริมาณน้ำท่าของจังหวัด ซึ่งการใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นการตัดสินใจ เปลี่ยนการตัดสินใจให้เป็นการป้องกัน และเปลี่ยนการป้องกันให้เป็นความปลอดภัยของประชาชน เพราะความมั่นคงของประเทศในอนาคต จะไม่ได้วัดจากการรับมือกับวิกฤตได้ดีเพียงใด แต่จะวัดจากการที่เรารู้เท่าทัน เตรียมพร้อม และลดความสูญเสียได้ก่อนที่วิกฤตจะเกิดขึ้น
           ด้าน ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า สสน. ได้พัฒนาระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเชื่อมโยงข้อมูลจาก 56 หน่วยงาน ภายใต้ 13 กระทรวง และ 1 องค์กรอิสระ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำของประเทศบนพื้นฐานของข้อมูลมาตรฐานเดียวกัน ThaiWater เวอร์ชันใหม่ ได้รับการออกแบบให้รองรับผู้ใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่ประชาชนทั่วไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดตามข้อมูลผ่านแผนที่ข้อมูลแบบโต้ตอบ (Interactive Map) ที่เลือกแสดงข้อมูลสำคัญได้ในหน้าเดียว ทั้งเรดาร์ฝน ปริมาณฝน ระดับน้ำ สถานการณ์เขื่อน พื้นที่เฝ้าระวัง และค่าฝุ่น PM2.5 ระบบยังรองรับการวิเคราะห์และเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง เพื่อช่วยติดตามแนวโน้มและความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ฟีเจอร์การแจ้งเตือนตามตำแหน่งที่ตั้ง (Location-based Alert) และ “พื้นที่ของฉัน” ช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับข้อมูลและการแจ้งเตือนที่สอดคล้องกับพื้นที่ที่สนใจแบบเฉพาะบุคคล เพิ่มโอกาสในการเตรียมพร้อมและลดผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ พร้อมด้วยฟีเจอร์การค้นหาข้อมูล การแจ้งเตือน และข้อมูลคาดการณ์ เพื่อให้ผู้ใช้งานรู้ทันทุกสถานการณ์ พร้อมรับมือทุกความเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัดครบทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลของแต่ละจังหวัด เชื่อมโยงข้อมูลจากคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ช่วยสนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ และประชาชน ในการติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง และตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย ThaiWater เวอร์ชันใหม่ เปิดให้ประชาชนใช้งานฟรี ตั้งแต่ วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ www.thaiwater.net 
และแอปพลิเคชันบนระบบ iOS และ Android 
         อีกทั้งยังมีการเปิดตัวโครงการ ThaiWater Challenge สร้างเครือข่ายเยาวชน รู้น้ำ รู้อากาศทั่วไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สสน. สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UNGCNT) สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อสร้างเครือข่ายนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ให้มีความรู้และทักษะในการใช้ข้อมูลน้ำและสภาพภูมิอากาศ สามารถติดตาม วิเคราะห์ และสื่อสารข้อมูลผ่านสื่อสร้างสรรค์ ก่อนนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดสู่ชุมชนและสังคม ซึ่งในระยะแรก โครงการจะเปิดรับนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั้ง 4 ภูมิภาค ภูมิภาคละประมาณ 50–100 คน เข้าร่วมกิจกรรมอบรมออนไลน์ในเดือนสิงหาคม 2569 โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญของ สสน. และภาคีเครือข่าย ก่อนนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริง และส่งผลงานเข้าร่วมการประกวด เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายเยาวชนที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีสร้างประโยชน์ให้กับสังคม

 

 


ธวัลรัตน์ แดงเจริญ นักประชาสัมพันธ์ : เรียบเรียง/ข่าว
แหล่งข้อมูล : สำนักงานกรมประชาสัมพันธ์


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
ginfo
สนง.ป้องกันและปราบปราม
กยศ
e-government
มหาดไทย
พาณิชย์
เกษตร
ทรัพยากรธรรมชาติ
แรงงาน
อุตสาหกรรม
ยุติธรรม
ดิจิทัล