มาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร

         นายภควัต พรหมเพ็ญ รองผู้อำนวยการสำนักข่าว ส่วนปฏิบัติการและบริหารข้อมูลข่าวสาร กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการศูนย์ข้อมูลข่าวสารเพื่อการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่า ครม. มติรับทราบแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ  ครั้งที่ 3/2564 และครั้งที่ 1/2565 เพี่อส่งเสริมให้เกิดการผลิต การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ให้เป็นไปตามเป้าหมายการผลิตและการใช้ยานยนต์ไร้มลพิษ (Zero Emission Vehicle: ZEV) ของยานยนต์ทุกประเภทอีกด้วย เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาและขับเคลื่อนมาตรการสนับสนุนฯ ทั้งในส่วนของมาตรการทางภาษี และไม่ใช่ภาษีโดยเป็นมาตรการระยะสั้น ระหว่างปี 2565 – 2568 
    ช่วง 2 ปีแรก (ปี 2565 – 2566) มาตรการสนับสนุนฯ จะให้ความสำคัญกับการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่างกว้างขวางโดยเร็ว ครอบคลุมทั้งการนำเข้ารถยนต์ / รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปทั้งคัน (CBU) และกรณีรถยนต์ / รถยนต์กระบะ / รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ (CKD) ผ่านการยกเว้นหรือลดอากรนำเข้า ลดอัตราภาษีสรรพสามิต และ/หรือให้เงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนด 
     ทั้งนี้เพื่อเพิ่มอุปสงค์ยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวม สร้างแรงจูงใจและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของผู้ประกอบการ ในไทย 
    ส่วนช่วง 2 ปีถัดไป (ปี 2567 - 2568) มาตรการสนับสนุน จะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก โดยยกเลิกการยกเว้น / ลดอากรนำเข้า รถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน (CBU) แต่ยังคงมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิต และ/หรือ ให้เงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนดต่อไป เพื่อทำให้ต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปทั้งคันที่นำเข้าสูงกว่ารถยนต์ / รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ  
    ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเร่งผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศรองรับแนวโน้มความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น ลดการนำเข้าชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งจะเป็นการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ / รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ 
    นอกจากนี้ยังได้กำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการผลิต รถยนต์ / รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ อาทิ การยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับชิ้นส่วนที่มีการนำเข้าในช่วงปี 2565 – 2568 การให้นับมูลค่าของเซลล์แบตเตอรี่ที่นำเข้าเป็นต้นทุนการผลิตที่เกิดขึ้นในประเทศสำหรับการคำนวณมูลค่าเพิ่มในประเทศ ได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของราคายานยนต์ไฟฟ้าหน้าโรงงาน การผลิตรถยนต์ / รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้าในช่วงแรก (กรณีผลิตชดเชย ภายในปี 2567 ให้ผลิตเท่ากับจำนวนที่นำเข้าในปี 2565 - 2566 และหากจำเป็นต้องขยายเวลา การผลิตชดเชยถึงปี 2568 และ การผลิตหรือใช้ แบตเตอรี่ที่ผลิตหรือประกอบในประเทศตามเงื่อนไขที่กำหนด)
     การดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า มุ่งหวังให้ ราคารถยนต์ และรถจักรยานยนต์ประเภทรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) สามารถแข่งขันได้ และแผน 30@30 โดยปี ค.ศ. 2030 จะผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 30% ของการผลิตรถยนต์ในไทย 
     นอกจากนี้ยังเห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย เพื่อไม่ให้ไทยสูญเสียโอกาสและความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะตอกย้ำความเป็น Detroit of Asia ของไทย  และยังการเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ชาติเพื่อสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
     ขณะเดียวกัน นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย EVAT เปิดเผยผ่านรายการ “เปลี่ยนโฉมประเทศไทย” ว่า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตรถยนต์มาตลอด กระทั่งสถานการณ์โควิด – 19 ทำให้มียอดการผลิตลดลง ซึ่งในปัจจุบันหลายประเทศมีการเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานรถยนต์นจากน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นระบบไฟฟ้า ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้ตรงตามความต้องการของตลาดโลก เพื่อเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรม ซี่งตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา มีการสำรวจข้อมูลของรถยนต์ไฟฟ้า มีทั้งหมดประมาณ 11,000 คัน และจากข้อมูลของกรมขนส่งทางบกพบว่าประเทศไทยมีรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นรถ 4 ล้อ จำนวน 4,000 คัน และมีหัวจ่ายไฟฟ้าทั้งหมดจำนวน 2,100  หัวจ่าย ใน 695 โลเคชั่นทั่วประเทศ ซึ่งผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถที่จะตรวจสอบว่าหัวจ่ายแต่ละที่อยู่ที่ตั้งไหนเพียงแค่เข้าแอปพลิเคชัน PEA ของการไฟฟ้า
     นอกจากนี้เมื่อช่วงปลายปี 2564 ที่ผ่านมา มีการเปิดตัวรถขนส่งสาธารณะ (EA) ที่เป็นไฟฟ้า ซึ่งรถเหล่านี้จะมีระยะทางและเส้นทางประจำอยู่แล้วในการเดินรถทำให้ง่ายต่อการชาร์ต ยังรวมไปถึงเรือไฟฟ้า ที่อยู่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา 
    ปัจจุบันมีความร่วมมือของทั้ง 3 ฝ่ายได้แก่ สมาคมรถยนต์ไฟฟ้าในไทย กระทรวงอุตสาหกรรม และ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) มีการจัดสัมมนาเพื่อเป็นการให้องค์ความรู้ในเรื่องของยานยนต์ไฟฟ้าในทุกๆ ปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อน 
ประเทศไทยกับความพร้อมรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
    สำหรับจุดตัดระหว่างรถยนต์ กับ รถยนต์ไฟฟ้า มีวางเป้าไว้ในปี 2573 นั้นหมายว่าระหว่างนี้ไปจนถึงปี 2573 จะยังมีการขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ แต่สุดท้ายแล้วรถยนต์เหล่านี้ก็จะเริ่มอิ่มตัว ซึ่งว่าเป้าไว้วางจะมีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2573 ประมาณ 50 % และ 2578 ผลิต 100 % ซึ่งภาครัฐจะมีการสนับสนุนให้มีการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกลง และสามารถประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยได้ด้วย 
                                                                                                                             เรียบเรียง/ข่าว : ธวัลรัตน์ แดงเจริญ นักประชาสัมพันธ์
                                                                                                                                          แหล่งข้อมูล : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
ginfo
สนง.ป้องกันและปราบปราม
กยศ
e-government
มหาดไทย
พาณิชย์
เกษตร
ทรัพยากรธรรมชาติ
แรงงาน
อุตสาหกรรม
ยุติธรรม
ดิจิทัล