สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี
นายเอกพร จุ้ยสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นางวชิราภรณ์ เพ็ชรล้อม วัฒนธรรมจังหวัดสระบุรี นางดวงเดือน สดแสงจันทร์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี ดร.มงคล ศิริพัฒนกุล นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดสระบุรี นายชนัตถ์ นันทปัญญา รองนายกเทศมนตรีเมืองพระพุทธบาท ได้ร่วมกันแถลงข่าวและการเตรียมความพร้อมการจัดงาน “ย้อนตำนานสระบุรี สืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในโลก งานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพรรษาพระราชทานประจำปี ประจำปี 2565” เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดสระบุรี ส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสระบุรีให้เพิ่มมากขึ้น โดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมงานแถลงข่าวเพื่อเผยแพร่กิจกรรมจำนวนมาก
สำหรับประวัติดอกเข้าพรรษาที่มาของประเพณี ตามตำนานกล่าวไว้ว่าในสมัยโบราณนั้นพุทธศาสนิกชน มาทำบุญตักบาตรในวันพระขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 และนิยมทำบุญตักบาตรที่วัดพระพุทธบาทแห่งนี้ เป็นระยะเวลารวม 3 วัน หากปีใดเป็นปีที่มีเดือน 8 สองหน จะถือเอาเดือน 8 หลัง แล้วไปทำบุญตักบาตรเข้าพรรษา 3 วัน และวันขึ้น 15 ค่ำเพ็ญกลางเดือน 8 ชาวบ้านในสมัยนั้น ช่วงเช้า จะนำอาหารคาว-หวาน ไปทำบุญตักบาตรที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร หลังจากทำบุญตักบาตรเสร็จแล้ว บรรดาหนุ่มๆสาวๆ จำนวนมากจะพากันเดินขึ้นไปบนภูเขา "โพธิ์ลังกาและภูเขาพุกร่าง" ภูเขาที่อยู่ในพื้นที่อำเภอพระพุทธบาท เพื่อหา ดอกไม้ชนิดหนึ่ง ชื่อดอกเข้าพรรษา จากนั้นจะนำมาจัดมัดเป็นกำๆ พร้อมเสียบดอกไม้ธูปเทียนเตรียมใส่บาตรในวันรุ่งขึ้น คืนวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ซึ่งเป็นวันเข้าพรรษา พระภิกษุสงฆ์รับบิณฑบาตแล้วนำเอาดอกไม้ขึ้นไปบูชา "รอยพระพุทธบาท" เมื่อเดินลงกลับมาอีกทางหนึ่ง พุทธศาสนิกชนจะนำน้ำสะอาดใส่ภาชนะไปล้างเท้าพระสงฆ์และพระสงฆ์จะเข้าพระอุโบสถ ปวารณาตลอดไตรมาส 3 เดือน ดอกเข้าพรรษาเป็นดอกไม้ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีเฉพาะในพื้นที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี มีชื่อเรียกตามศัพท์ของพรรณไม้เรียกว่า ดอกหงส์เหิน จะมีสีม่วงและสีขาว ส่วนดอกสีเหลือง ชื่อดอกพวงทอง จะมีลำต้นคล้ายต้นข่าหรือต้นกระชายสูงประมาณ 1 ฟุต มีหัวอยู่ใต้ดินคล้ายหัวกระชายอีกเช่นกัน หลังเทศกาลเข้าพรรษาลำต้นจะโทรมลงเหี่ยวแห้งไปในที่สุด แต่ชาวบ้านเรียกกัน ติดปากมาแต่สมัยโบราณว่า "ดอกเข้าพรรษา" นอกจากนี้ยังออกดอกเฉพาะในช่วงเวลาใกล้เข้าพรรษาเท่านั้น
งานประเพณี ตักบาตรดอกเข้าพรรษา ประจำปี 2565 ในปีนี้กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 12 - 14 กรกฎาคม 2565 วันที่ 11 กรกฎาคม 2565 เวลา 07.30 น. จัดพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เวลา 19.30 น. พิธีบวงสรวงเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จำนวน 7 แห่ง วันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ช่วงเช้าพิธีถวายเทียนพระราชทาน ณ พระอุโบสถ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ช่วงบ่าย เวลา 13.00 น. จัดขบวนแห่พยุหยาตรา ขบวนรถบุปผชาติ ขบวนวัฒนธรรม ขบวนอัตลักษณ์ประเพณี ขบวนชาติพันธุ์ การแสดงต่าง ๆ และพิธีเปิดงาน วันที่ 13 -14 กรกฎาคม 2565 เวลา 13.30 น. พิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษา และล้างเท้าพระภิกษุสงฆ์ ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร เป็นสถานที่ประดิษฐาน “รอยพระพุทธบาท” อันศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพบูชา และมีความเชื่อในคติชาวลังกาว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับรอยพระพุทธบาทไว้ 5 แห่ง โดยรอยพระพุทธบาท 1 ใน 5 แห่ง นั้นคือ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารแห่งนี้ ได้ถูกค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของประเทศไทย ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาจึงได้จัดสืบทอดกันมา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาจนถึงปัจจุบัน มีกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน เช่น นิทรรศการ ดอกเข้าพรรษา การแสดง ของดี ของเด่น แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสระบุรี ขบวนเทียนพรรษาพระราชทาน และขบวนการแสดงวัฒนธรรมพื้นถิ่นการแสดงสินค้า OTOP และอื่นๆ อีกมากมาย
จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและพี่น้องประชาชน ร่วมส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญ ของจังหวัดสระบุรี ตามวัน เวลา สถานที่ดังกล่าว เพื่ออนุรักษ์ "ประเพณีหนึ่งเดียวในไทย ใหญ่ที่สุดในโลก” ให้คงอยู่สืบต่อไป