จ.สระบุรีเตรียมจัดงานสืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในโลก งานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพรรษาพระราชทานประจำปี 2565ระหว่างวันที่ 12 – 14กรกฎาคม นี้

         นายเอกพร จุ้ยสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี  นางวชิราภรณ์ เพ็ชรล้อม วัฒนธรรมจังหวัดสระบุรี นางดวงเดือน สดแสงจันทร์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี ดร.มงคล ศิริพัฒนกุล นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดสระบุรี นายชนัตถ์ นันทปัญญา รองนายกเทศมนตรีเมืองพระพุทธบาท ได้ร่วมกันแถลงข่าวและการเตรียมความพร้อมการจัดงาน “ย้อนตำนานสระบุรี สืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในโลก งานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพรรษาพระราชทานประจำปี ประจำปี 2565” เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดสระบุรี ส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสระบุรีให้เพิ่มมากขึ้น โดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมงานแถลงข่าวเพื่อเผยแพร่กิจกรรมจำนวนมาก  
         สำหรับประวัติดอกเข้าพรรษาที่มาของประเพณี ตามตำนานกล่าวไว้ว่าในสมัยโบราณนั้นพุทธศาสนิกชน มาทำบุญตักบาตรในวันพระขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 และนิยมทำบุญตักบาตรที่วัดพระพุทธบาทแห่งนี้ เป็นระยะเวลารวม 3 วัน หากปีใดเป็นปีที่มีเดือน 8 สองหน จะถือเอาเดือน 8 หลัง แล้วไปทำบุญตักบาตรเข้าพรรษา 3 วัน และวันขึ้น 15 ค่ำเพ็ญกลางเดือน 8 ชาวบ้านในสมัยนั้น ช่วงเช้า จะนำอาหารคาว-หวาน ไปทำบุญตักบาตรที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร หลังจากทำบุญตักบาตรเสร็จแล้ว บรรดาหนุ่มๆสาวๆ จำนวนมากจะพากันเดินขึ้นไปบนภูเขา "โพธิ์ลังกาและภูเขาพุกร่าง" ภูเขาที่อยู่ในพื้นที่อำเภอพระพุทธบาท เพื่อหา ดอกไม้ชนิดหนึ่ง ชื่อดอกเข้าพรรษา จากนั้นจะนำมาจัดมัดเป็นกำๆ พร้อมเสียบดอกไม้ธูปเทียนเตรียมใส่บาตรในวันรุ่งขึ้น คืนวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ซึ่งเป็นวันเข้าพรรษา พระภิกษุสงฆ์รับบิณฑบาตแล้วนำเอาดอกไม้ขึ้นไปบูชา "รอยพระพุทธบาท" เมื่อเดินลงกลับมาอีกทางหนึ่ง พุทธศาสนิกชนจะนำน้ำสะอาดใส่ภาชนะไปล้างเท้าพระสงฆ์และพระสงฆ์จะเข้าพระอุโบสถ ปวารณาตลอดไตรมาส 3 เดือน ดอกเข้าพรรษาเป็นดอกไม้ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีเฉพาะในพื้นที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี มีชื่อเรียกตามศัพท์ของพรรณไม้เรียกว่า ดอกหงส์เหิน จะมีสีม่วงและสีขาว ส่วนดอกสีเหลือง ชื่อดอกพวงทอง จะมีลำต้นคล้ายต้นข่าหรือต้นกระชายสูงประมาณ 1 ฟุต มีหัวอยู่ใต้ดินคล้ายหัวกระชายอีกเช่นกัน หลังเทศกาลเข้าพรรษาลำต้นจะโทรมลงเหี่ยวแห้งไปในที่สุด แต่ชาวบ้านเรียกกัน ติดปากมาแต่สมัยโบราณว่า "ดอกเข้าพรรษา" นอกจากนี้ยังออกดอกเฉพาะในช่วงเวลาใกล้เข้าพรรษาเท่านั้น
             งานประเพณี ตักบาตรดอกเข้าพรรษา ประจำปี 2565 ในปีนี้กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 12 - 14 กรกฎาคม 2565 วันที่ 11 กรกฎาคม 2565 เวลา 07.30 น. จัดพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เวลา 19.30 น. พิธีบวงสรวงเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จำนวน 7 แห่ง วันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ช่วงเช้าพิธีถวายเทียนพระราชทาน ณ พระอุโบสถ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ช่วงบ่าย เวลา 13.00 น. จัดขบวนแห่พยุหยาตรา ขบวนรถบุปผชาติ ขบวนวัฒนธรรม ขบวนอัตลักษณ์ประเพณี ขบวนชาติพันธุ์ การแสดงต่าง ๆ และพิธีเปิดงาน วันที่ 13 -14 กรกฎาคม 2565 เวลา 13.30 น. พิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษา และล้างเท้าพระภิกษุสงฆ์ ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร    
                วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร เป็นสถานที่ประดิษฐาน “รอยพระพุทธบาท” อันศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพบูชา และมีความเชื่อในคติชาวลังกาว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับรอยพระพุทธบาทไว้ 5 แห่ง โดยรอยพระพุทธบาท 1 ใน 5 แห่ง นั้นคือ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารแห่งนี้ ได้ถูกค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของประเทศไทย ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาจึงได้จัดสืบทอดกันมา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาจนถึงปัจจุบัน มีกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน เช่น นิทรรศการ ดอกเข้าพรรษา การแสดง ของดี ของเด่น แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสระบุรี ขบวนเทียนพรรษาพระราชทาน และขบวนการแสดงวัฒนธรรมพื้นถิ่นการแสดงสินค้า OTOP และอื่นๆ อีกมากมาย
             จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและพี่น้องประชาชน ร่วมส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญ ของจังหวัดสระบุรี ตามวัน เวลา สถานที่ดังกล่าว เพื่ออนุรักษ์ "ประเพณีหนึ่งเดียวในไทย ใหญ่ที่สุดในโลก” ให้คงอยู่สืบต่อไป

 

                  

 


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
ginfo
สนง.ป้องกันและปราบปราม
กยศ
e-government
มหาดไทย
พาณิชย์
เกษตร
ทรัพยากรธรรมชาติ
แรงงาน
อุตสาหกรรม
ยุติธรรม
ดิจิทัล