พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จแทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ไปทรงบำเพ็ญพระกุศลถวายผ้าพระกฐินณ วัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

         วันนี้( 27  ตุลาคม 2568) เวลา 15.00 น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จแทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์  ไปทรงบำเพ็ญพระกุศลถวายผ้าพระกฐิน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเชิญไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ ณ วัดพระพุทธบาทมาราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ที่อยู่จำพรรษาถ้วนไตรมาส ได้รับอานิสงส์ตามพระบรมพุทธานุญาต โดยมี นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นางจิตตินันท์  เชาวรินทร์    นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรี ข้าราชการศาล ทหาร ตำรวจ พี่น้องประชาชน ร่วมรับเสด็จ
         จากนั้น เข้าพระอุโบสถ  รับผ้าไตรจากเจ้าพนักงานศุภรัต วางผ้าไตรไว้เหนือพานแว่นฟ้า ซึ่งตั้งอยู่หน้าอาสน์สงฆ์ใกล้เจ้าอาวาส จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาพระประธานพระอุโบสถ หยิบผ้าสำหรับห่มพระประธานที่วางอยู่บนผ้าไตร มอบให้เจ้าพนักงานภูษามาลา เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา กล่าวรายงานจำนวนพระสงฆ์ จบแล้ว หยิบผ้าไตรที่พานแว่นฟ้านั้นพาดระหว่างแขน แล้วประนมมือหันหน้าสู่พระประธาน หันหน้าสู่ที่ชุมนุมสงฆ์ กล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน วางผ้าไตรไว้บนพานแว่นฟ้าที่เดิมประเคนผ้าไตรและเทียนปาฎิโมกข์แด่พระสงฆ์รูปที่ 2 พระสงฆ์ทำพิธีกฐินกรรม พระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐินออกไปครองผ้าพระกฐินเสร็จกลับมานั่งอาสน์สงฆ์ ประเคนเครื่องบริวารพระกฐินแด่พระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐิน พระสงฆ์อนุโมทนา ถวายอดิเรก ไวยาวัจกรวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารเบิกตัวผู้มีจิตศรัทธาเข้ารับประทานของที่ระลึก พระธรรมปิฎกเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหารมอบของที่ระลึกแด่ พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล
         จากนั้นออกจากพระอุโบสถ ไปยังพระมณฑปรอยพระพุทธบาท ขึ้นพระมณฑปรอยพระพุทธบาท ไปยังพระมกุฎพันธนเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสักการะพระมกุฎพันธนเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ ออกจากพระมกุฎพันธนเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ ไปยังพระมณฑปรอยพระพุทธบาท วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งสักการะรอยพระพุทธบาท
               วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 28 กิโลเมตร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ 2167 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ปูชนียสถานที่สำคัญคือ " รอยพระพุทธบาทที่ประทับไว้บนแผ่นดินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขาสัจจพันธคีรีรอยพระพุทธบาทมีความกว้าง 21 นิ้ว ยาว 60 นิ้ว ลึก 11 นิ้ว ค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม พระองค์ทรงเห็นว่าเป็นรอยพระพุทธบาทตามลักษณะ 108 ประการ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างมณฑปชั่วคราว ครอบรอยพระพุทธบาทไว้ ต่อมาได้มีการสร้างต่อเติมกันอีกหลาย สมัย และยังพบรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ที่ก้อนหินขนาดใหญ่ สูงจากพื้น 160 เซนติเมตร เมื่อครั้นเสด็จนมัสการรอยพระพุทธบาท
             ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศนมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ปฏิสังขรณ์เปลี่ยนเครื่องยอดใหม่ และเสด็จพระราชดำเนินมาทรงยกพระจุลมงกุฎสวมยอดพระมณฑป และสมโภชพระพุทธบาท เมื่อปี 2495 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาทรงยกพระจุลมงกุฎและสมโภชพระพุทธบาทอีกครั้ง เมื่อปี 2542
                ลักษณะของพระมณฑป เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบเครื่องยอดรูปปราสาท 7 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบ สีเขียว มีซุ้มบันแถลงประดับทุกชั้น มีเสาย่อมุมไม้สิบสอง ปิดทองประดับกระจกโดยรอบฝาผนัง ด้านนอกปิดทอง ประดับกระจกเป็นรูปเทพพนม พุ่มข้าวบิณฑ์บานประตูพระมณฑปเป็นงานศิลปกรรม ประดับมุกชั้นเยี่ยม ของเมืองไทย พื้นภายในปูด้วยเสื่อเงินสาน ทางขึ้นพระมณฑปเป็นบันไดนาคสามสายซึ่งหมายถึง บันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้ว ที่ทอดลงจากสวรรค์หัวนาคที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริด เป็นนาค 5 เศียร บริเวณรอบพระมณฑปมีระฆังแขวนเรียงราย เพื่อให้ผู้ที่มานมัสการได้ตีแผ่ส่วนกุศลแก่เพื่อนทั้งหลาย ส่วนพระอุโบสถ และพระวิหารต่างๆ ที่อยู่รายรอบ ล้วนสร้างตามแบบศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา และตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์
                 นอกจากนี้ ในบริเวณวัดยังมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธบาท ( วิหารหลวง ) ซึ่งเป็นเก็บรวบรวม ศิลปวัตถุ อันมีค่า อาทิ เครื่องทรงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เครื่องลายครามสังคโลก เครื่องทองสำริดโบราณ ศาสตราวุธ โบราณ รอยพระพุทธบาทจำลอง ยอดมณฑปพระพุทธบาทเก่าพัดยศของพระสมัยต่างๆ และท่อประปาสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช วิหารหลวงจะเปิดให้ชมเฉพาะช่วงที่มีงานเทศกาลนมัสการพระพุทธบาท ซึ่งปกติ จัดให้มีปีละ 2 ครั้ง คือ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึงแรม 1 ค่ำ และขึ้น 8 ค่ำ เดือน 4 จนถึงแรม 1 ค่ำ และงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาซึ่งเป็นประจำทุกปี ในวันเข้าพรรษา ตรงกับวันแรม 1 ค่ำเดือน 8

 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
ginfo
สนง.ป้องกันและปราบปราม
กยศ
e-government
มหาดไทย
พาณิชย์
เกษตร
ทรัพยากรธรรมชาติ
แรงงาน
อุตสาหกรรม
ยุติธรรม
ดิจิทัล