สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี
คือการสืบสานสร้างสรรค์นำวัฒนธรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน สามารถนำพลังทางวัฒนธรรมให้เกิดเป็นรายได้จริง และที่สำคัญเป็นการรวมกลุ่มกันระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ถือว่าใช้วัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อมระหว่างคนระหว่างวัย เป็นการถ่ายทอดวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น และที่สำคัญนะคะไม่ใช่แค่การถ่ายทอดทางวัฒนธรรมเท่านั้นแต่ว่ายังเป็นการถ่ายทอดในเรื่องของภูมิปัญญาที่จะส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่ และเราต้องให้เครดิตของผู้ที่เป็นเจ้าของภูมิปัญญา ไม่ว่าจะเป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมหรือความรู้อะไรก็แล้วแต่ ต้องให้เขาเจ้าของเป็นผู้ถ่ายทอด แล้วเขาจะเกิดความภาคภูมิใจ เมื่อเขาเกิดความภาคภูมิใจการส่งต่อ มันก็สามารถที่จะเชื่อมต่อกันได้ง่าย เมื่อคนรุ่นใหม่ได้รับรู้รับทราบเกิดความเข้าใจในรากเหง้าของวัฒนธรรม ก็ทำให้เขาเกิดความภูมิใจ เมื่อเขาเกิดความภาคภูมิใจเขาก็สามารถไปพัฒนาต่อยอดกลายเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ต่อไป ดิฉันก็จะมักจะพูดอยู่เสมอว่างานในพื้นที่นั้นจะใหญ่จะเล็กไม่สำคัญสิ่งสำคัญก็คือว่าการมีส่วนร่วมของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในชุมชนนั่นคือความภาคภูมิใจ นั่นคือสิ่งสำคัญในการสะท้อนออกมาเพราะเราต้องเพิ่มศักยภาพของชุมชนหาคุณค่าของชุมชนให้ได้ และนำมาขยายผลสู่ระดับประเทศเมื่อประเทศเป็นที่ประจักษ์แล้ว เราก็สามารถที่จะนำไปแข่งขันในเวทีระดับโลกต่อไป
รมว.วัฒนธรรม กล่าวอีกว่า ขอขอบคุณ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่นทุกท่าน ที่ได้มีความมุ่งมั่นและร่วมมือกัน สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการสืบสานวัฒนธรรมประเพณี และมีความประสงค์ที่จะให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ศาสนาที่หลากหลาย ให้คงอยู่ตลอดไป ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและประเพณีอันดีงาม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น ให้พี่น้องประชาชนได้อยู่ดีกินดี และมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน
สำหรับประวัติความเป็นของหลวงพ่อมอญ ได้เล่าว่า ท่านขุนเกตุ ศักดานันท์ ได้ไปจับจองที่ดินบ้านนาเริ่ง (ปัจจุบันอยู่เขตเทศบาลตำบลหนองแค) และจุดไฟเผาป่า ปรากฏว่ามีอยู่บริเวณหนึ่งไม่สามารถเผาให้ไหม้ได้ เป็นรูปวงกลม ทำให้เกิดความสงสัยว่าทำไมถึงไม่ไหม้ จึงได้ทำการขุดดูก็พบพระพุทธ 2องค์ เป็นพระพุทธรูปหางนาคปรก มีขนาดพระเพลากว้าง 15 นิ้ว สูง 36 นิ้ว สร้างด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่า จะเป็นพระพุทธรูปท่สร้างตั้งแต่สมัยทวาราวดี หลังจากพบพระพุทธรูปแล้ว ท่านขุนเกตุ ได้ถวายที่ดินเพื่อสร้างวัดบัวลอย และพระพุทธรูปทั้ง 2 องค์ นำไปถวายและประดิษฐานที่วัดบัวลอย แต่ก็ไม่สามารถนำพระพุทธรูปไปวัดบัวลอยได้ ก็ได้ทำพิธีการเข้าทรง ปรากฏว่าพระพุทธรูปองค์ที่ 1 ซึ่งเป็นองค์พี่ มีนามว่า "หลวงพ่อทิม" และองค์ที่ 2 เป็นองค์น้อง มีนามว่า "หลวงพ่อมอญ" การนำไปประดิษฐานที่วัดบัวลอย จะต้องหามเป็นขบวนมีกลอง ฆ้อง นำหน้าขบวน โดยมีหลวงพ่อทิม นำหน้า ตามด้วยหลวงพ่อมอญ ปัจจุบันมีเพียงหลวงพ่อมอญเพียงองค์เดียว ประดิษฐานที่วิหารวัดบัวลอย ในปี พ.ศ.2536 ทำไมจึงมีแต่หลวงพ่อมอญ และหลวงพ่อทิมหายไปไหน พระครูพัฒนกิจสุนทรได้เล่าต่อไปว่าหลวงพ่อทิมได้ถูกโจรกรรม เมื่อปี พ.ศ.2513 สืบค้นหาไม่พบว่าไปอยู่กับใคร แห่งใด สำหรับ หลวงพ่อมอญ ก็ถูกโจรกรรมถึง 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 หายไปได้ 3 อาทิตย์ ก็ได้คืนมา คือไปพบที่ร้านค้าของเก่าข้างโรงแรมชื่อดังเขตลุมพินี กรุงเทพมหานคร หลังจากได้หลวงพ่อมอญกลับคืนมาไม่ถึงเดือน ก็ถูกโจรกรรมอีกครั้งๆ นี้ หายไปเพียง 1 คืน ก็ได้คืนมา ไปพบที่วังโบราณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ความสำคัญ หลวงพ่อมอญเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านในตำบลบัวลอย ตำบลอื่นๆ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี หรือในจังหวัดสระบุรี มีความเคารพศรัทธามาก มีการมีกราบไหว้ปิดทอง เพื่อขอพร หรือบนบานของสิ่งที่ต้องการ เช่น ขอให้สอบได้ ของหาย เป็นต้น ก็ได้สมปรารถนา และมาแก้บนด้วย พวงมาลัย การแสดงละคร หรือมีมหรสพอื่นๆ