สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี
วันนี้(13 มิถุนายน 2569) เวลา 08.30 น.นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานพิธี ถวายน้ำสรงพระศพ และลงนามถวายความอาลัย เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี ข้าราชการประชาชน พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมถวายน้ำสรงพระศพ และลงนามถวายความอาลัยณ ห้องโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดสระบุรี ศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี
และนอกจากที่ศาลากลางจังหวัดสระบุรีแล้ว ยังมีส่วนราชการ ทุกส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ทุกแห่ง อำเภอทั้ง 13 อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จัดโต๊ะหมู่สำหรับลงนามแสดงความอาลัย
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้ทรงอุทิศพระองค์ ปฏิบัติบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระวิริยะ อุตสาหะ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ผู้ตกทุกข์ได้ยาก ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม รวมถึงผู้ต้องขัง โดยได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปเป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ด้วยการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขเท่าเทียมกับประชาชนทั่วไปตามหลักมนุษยธรรม ทั้งทรงรับเป็นประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อให้ความช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ภัยพิบัติที่รุนแรง ให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตอย่างปกติสุขสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ ภายใต้แนวคิด "แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน" รวมไปถึงการน้อมนำพระบรมราโชบายที่จะให้อนุรักษ์ป่าและช้าง และการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างอย่างมีความสุข ผ่านโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ และ โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี ในพระบรมราชูปถัมภ์ โครงการพัฒนาชุมชนตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี สนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชปณิธานสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่อาศัยอยู่ในเขตชายแดนที่ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน รวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อความมั่นคงของประเทศ