ผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่สระบุรี เร่งสอบปัญหาผลกระทบจากโรงปูน และแหล่งน้ำปนเปื้อนสารเคมี

        วันนี้ (15 กรกฎาคม 2569) นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนางนวพร  จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 2 และคณะ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน หลังชาวบ้านอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ร้องเรียนเหตุฝุ่นละอองและมลพิษทางเสียงจากการประกอบกิจการโรงงานปูนซีเมนต์ทำเดือดร้อนหนัก หวั่นกระทบต่อสุขภาพระยะยาว อีกทั้งปัญหาน้ำเน่าเสียมีสารเคมีปนเปื้อนในแหล่งน้ำธรรมชาติของอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี กระทบวิถีประจำวันและการน้ำใช้อุปโภค - บริโภค

        นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลพุกร่าง อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่าได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองและมลพิษทางเสียงจากการประกอบกิจการโรงงานปูนซีเมนต์ ตราดอกบัว ของบริษัท ปูนซีเมนต์เอเซีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านพุกร่างและวัดพุกร่าง ตำบลพุกร่าง อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ซึ่งปัญหาฝุ่นละอองเกิดจากการลำเลียงหินเข้าเตาเผาของโรงงานปูนซีเมนต์และเกิดจากกองหินขนาดใหญ่บริเวณริมกำแพงโรงงาน ซึ่งทำให้บริเวณโดยรอบได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเวลาเกิดกระแสลมพัดเข้าสู่บริเวณชุมชน อีกทั้งปัญหามลพิษทางเสียงที่เกิดจากการทำงานของโรงโม่หิน เครื่องจักรกล และรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่มีการลำเลียงหินเข้าไปยังโรงงานปูนซีเมนต์ตลอดระยะเวลากลางวันและกลางคืน

     ซึ่งในวันนี้ได้ร่วมกับนายเลิศชัย สกลเสาวภาคย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายตรีพงษ์ กลันทปุระ อุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี นายเสกสรร แสงดาว ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) นายพิบูลย์ โชตเศรษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี นายธวัชชัย สุภาผล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสระบุรี  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมลงพื้นที่ให้ข้อมูลและติดตามมาตรการป้องกันผลกระทบต่าง ๆ เช่น การเพิ่มรอบฉีดพรมน้ำภายในและโดยรอบโรงงาน การก่อสร้างกำแพงและแผงกันลม–กันเสียง การปรับลดความสูงของกองวัตถุดิบ การเพิ่มประสิทธิภาพระบบควบคุมฝุ่น การปลูกแนวต้นไม้ (Buffer Zone) และการปรับปรุงระบบขนส่งวัตถุดิบ ซึ่งเป็นมาตรการทางวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมที่ออกแบบเพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น ลดความเร็วลมที่พัดเข้าสู่ชุมชน และลดการส่งผ่านคลื่นเสียงจากแหล่งกำเนิดสู่พื้นที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะนำข้อเท็จจริงที่ได้ในวันนี้มาหารือแนวทางแก้ไขและป้องกันร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว สำหรับประสิทธิผลของมาตรการต่าง ๆ จำเป็นต้องได้รับการประเมินจากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ ระดับเสียง และการติดตามผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

     จากนั้น นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน นายเลิศชัย สกลเสาวภาคย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายพินิจ ตันติวิญญูพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 4  พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์เพื่อรับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี ที่เดือดร้อนมานานกว่า 28 ปี โดยพบว่า มีน้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นในคลองหนองน้ำเขียวซึ่งเป็นบริเวณต้นน้ำ ก่อนน้ำเสียจะไหลไปสู่คลองเกดและคลองห้วยตะเข้ คลองเพรียว (ปลายน้ำ) ตามลำดับ

        ซึ่งผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน 2569 พบการปนเปื้อนของสารตะกั่วและสารหนู เกินค่ามาตรฐานในแหล่งน้ำสาธารณะ (คลองหนองน้ำเขียวและคลองเกด) และเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ได้มีการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่และมีคำสั่งปิดกิจการหรือสั่งหยุดประกอบกิจการบางส่วนที่พบการกระทำผิดกฎหมายไปบ้างแล้ว โดยผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าต้องวางมาตรการเร่งด่วนก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมแหล่งกำเนิด หยุดปล่อยน้ำเสียทันที การจัดหาแหล่งน้ำสะอาดหรือน้ำอุปโภคบริโภคสำรองให้กับชาวบ้านระหว่างรอการฟื้นฟู ที่สำคัญต้องมีมาตรการระยะยาวและยั่งยืน เช่น การติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำ การตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อดูแลจัดการปัญหา ตลอดจนการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
       "ทั้ง 2 กรณีเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสาธารณะในวงกว้าง ซึ่งในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะนำข้อเท็จจริงทั้งหมดเข้าร่วมประชุมหารือกับจังหวัดสระบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเร่งวางมาตรการและรายละเอียดแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว มุ่งลดผลกระทบ สร้างคุณภาพชีวิตประจำวันให้กับพี่น้องประชาชน
          ทั้งนี้ ยังได้กำชับในกรณีที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาดังกล่าว ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบโดยเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาและทันต่อสถานการณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนต่อไป และขอให้หน่วยงานหรือผู้ประกอบการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด นายสุจินต์ กล่าว


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
ginfo
สนง.ป้องกันและปราบปราม
กยศ
e-government
มหาดไทย
พาณิชย์
เกษตร
ทรัพยากรธรรมชาติ
แรงงาน
อุตสาหกรรม
ยุติธรรม
ดิจิทัล